ReadyPlanet.com
dot
bulletสินค้ามาใหม่
bulletสินค้าแนะนำ
dot
CATALOGUE AND PRICE LISTS
dot
bulletPrice Lists (PDFs)
dot
- Products by Brand
dot
bullet3M Electrical Products
bulletABB 2013
bulletAllen Bradley Price 2008
bulletAutonics
bulletBIG ONE
bulletbticino 2013
bulletCLIPSAL conduit
bulletCRC
bulletELETTO ตู้เหล็ก Nitto
bulletDENCO 2014
bulletFerraz Shawmut Price 2011
bulletFUJI Electric 2011 Section 1
bulletFUJI Electric 2011 Section 2
bulletFUJI Electric 2011 Section 3
bulletFUJI Command Swithes
bulletHACO PRICE 2014 Section 1
bulletHACO PRICE 2014 Section 2
bulletHACO PRICE 2014 Section 3
bulletHITACHI
bulletHITACHI Switches & Breakers
bulletIDEC Price List
bulletKJL Catalogue Section 1
bulletKJL Catalogue Section 2
bulletMAX
bulletMEAN WELL
bulletMENNEKES Specification
bulletMENNEKES Price 2013-2014
bulletMENNEKES ภาษาไทย
bulletMITSUBISHI Price List Mar2014
bulletMitsubishi ws-v series 1
bulletMitsubishi MS-T series
bulletOMRON Price List 2013-14
bulletOmron (Fiber Sensor)
bulletOmron (Photo Sensor-E3FA)
bulletOmron (Photo Sensor-E3Z)
bulletOmron (Servo)
bulletOmron (Temp E5CC,E5EC)
bulletOPPLE LED
bulletOPVC-JZ, LiYY, H05V-K, H07V-K
bulletOSRAM 2012
bulletPANASONIC 2013-2015 Sec 1
bulletPANASONIC 2013-2015 Sec 2
bulletPANASONIC 2013-2015 Sec 3
bulletPANASONIC General Cataloque
bulletPATLITE
bulletPRI Wire Duct
bulletPHILIPS Price List 2012
bulletSchneider (Acti9)
bulletSchneider Altivar12 & Altivar312
bulletSchneider MERIN GERLIN 2014
bulletSchneider PRATIKA
bulletSchneider Price List 2014
bulletSchneider Sq.D 2014
bulletSchneider Switch Plug 2014
bulletSIEMENS Price List 2014-15
bulletTAMCO 2012
bulletTOSHIBA
bulletToshino 2012
bulletท่อตราช้าง
dot
- General Products
dot
bulletBEC-LED2014
bulletBEC, EYE, MEIKOSHA, COOPER, MENNEKES Section 1
bulletBEC, EYE, MEIKOSHA, COOPER, MENNEKES Section 2
bulletBLISS
bulletGunkul 2007-2008
bulletShinohawa 2014 Section 1
bulletShinohawa 2014 Section 2
bulletShinohawa 2014 Section 3
bulletShinohawa 2014 Section 4
bulletShinohawa 2014 Section 5
bulletShinohawa 2014 Section 6
bulletTend,Bandex 2011 Section 1
bulletTend,Bandex 2011 Section 2
bulletTWCK2013
bulletประกาย 2013-14 Section 1
bulletประกาย 2013-14 Section 2-5
bulletประกาย 2013-14 Section 6-7
bulletประกาย 2013-14 Section 8
dot
ELECTRICAL SAFETY TIPS
dot
bulletการตรวจสอบคาปาซิเตอร์แรงต่ำ
bulletเรื่องน่ารู้ของสายไฟฟ้า
bullet การตรวจวัดทางไฟฟ้า
bulletManual motor starters
bulletอันตรายจากไฟฟ้า
bulletการตรวจความปลอดภัย
bulletอันตรายจากอุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrical equipment)
bulletความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ( SAFETY IN ELECTRICAL WORKS )
bulletไฟฟ้า พลังงานที่ต้องเรียนรู้เพื่อป้องกัน
bulletความปลอดภัย (อุปกรณ์ไฟฟ้า)




เรื่องน่ารู้ของสายไฟฟ้า

สายไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่นั้นจะประกอบไปด้วย  2  ส่วนที่สำคัญคือ

ตัวนำไฟฟ้า (Conductor)
คือส่วนที่เป็นทางเดินของอิเล็คตรอนหรือกระแสไฟฟ้านั่นเอง  เพื่อไปยัง Load ทำให้เกิดงานขึ้นองค์ประกอบที่ใช้ทำตัวนำ  จะแบ่งได้ 2 อย่างซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้
1.1  ทองแดง (Copper)
จะใช้ในงานทั่วไปทั้งภายนอกและภายในอาคาร  และจะต้องมีส่วนผสมของทองแดงไม่น้อยกว่า 98% จะมีข้อดี  คือ  ทองแดงเป็นโลหะที่มีค่าความนำไฟฟ้าสูงกว่าเมื่อเทียบกับอะลูมิเนียม (สายไฟที่ดีที่สุดในการเป็นตัวนำ  คือทองบริสุทธิ์และเงินบริสุทธิ์ตามลำดับ)  ซึ่งทองแดงนั้นมีความแข็งแรง เหนียว และทนต่อการกัดกร่อนได้ดี  แต่ทองแดงก็ยังมีข้อเสียที่น้ำหนักและราคาสูงกว่าอะลูมิเนียม  เพราะฉะนั้นทองแดงจึงไม่เหมาะสำหรับงานทางด้านไฟฟ้าแรงดันสูง
1.2  อะลูมิเนียม (Aluminium)
จะใช้งานเกี่ยวกับสายไฟฟ้าแรงสูง   ในระบบสายส่ง  และส่วนมากจะใช้เป็นสายเปลือยและต้องมีส่วนผสมของอะลูมิเนียมไม่น้อยกว่า  99.3% ข้อดีของมันเมื่อเทียบกับทองแดงคือน้ำหนักเบาและราคายังถูกกว่าถ้าทิ้งอะลูมิเนียมไว้ในอากาศจะทำให้เกิดออกไซค์ขึ้นที่อะลูมิเนียมแต่ตัวออกไซค์ที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นเหมือน  ฟิล์มที่ใช้เคลือบสายไฟเพื่อป้องกันการกัดกร่อนแต่การเชื่อมต่อนั้นจะเป็นไปได้ยาก

ฉนวน (Insulated)
คือส่วนที่เป็นตัวป้องกันการสัมผัสกับสายไฟโดยตรง  โดยสภาพแล้วฉนวนจะไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า  ฉนวนจะต้องสามารถป้องกันตัวนำไฟฟ้าจากความร้อนหรือของเหลวที่สามารถกัดกร่อนตัวนำไฟฟ้า  และสามารถกันน้ำได้ดี  ฉนวนที่ใช้หุ้มตัวนำไฟฟ้าต้องมีความต้านทานสูง  ต้องไม่ถูกกรดหรือด่างกัดกร่อนได้ตั้งแต่อุณหภูมิ 0 - 200 องศาฟาเรนไฮต์  และต้องไม่ดูดความชื้นในอากาศฉนวนที่ใช้หุ้มตัวนำไฟฟ้ามีอยู่หลายชนิดได้แก่  แร่ใยหิน ยางทนความร้อนพลาสติก แต่วัสดุที่นิยมคือ
1.  PVC (Polyvinyl  Chloride)
2.  XLPE (Cross  Linked  Polyethylene)

สายไฟฟ้าจะแบ่งออกได้เป็น 2 อย่างคือ
1.  สายเปลือย (Bare Wire)
คือสายไฟที่ปราศจากสิ่งใด ๆ มาหุ้มที่ตัวนำ  สายไฟชนิดนี้ค่อนข้างจะอันตราย  สามารถที่จะทำการแบ่งตามการใช้งานได้อีก
-  ชนิดที่ใช้เกี่ยวกับเครื่องจักรกลไฟฟ้า  เช่น  ลวดตัวนำที่พันอยู่ในมอเตอร์ (ลวดตัวนำอาบน้ำยา)
-  ชนิดที่ใช้กับระบบสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง  (ตามรูป)

2.  สายหุ้มฉนวน (Insulated  Wire)
จะเป็นสายไฟฟ้าที่ใช้งานกันโดยทั่วไป  ตามบ้านพักอาศัย  ตามโรงงานอุตสาหกรรมและอื่น ๆ 

เลข 1 คือ  ตัวนำไฟฟ้า
เลข 2 คือ  ฉนวนที่ใช้หุ้มตัวนำไฟฟ้า
มาตรฐานของสายไฟฟ้า  ที่ใช้ในปัจจุบันนี้คือ
AWG = American  Wire  Gauge
BWG = Birmingham  Iron  Wire  Gauge
SWG = British  Standard  Wire  Gauge
mm. G = millimeter  Gauge
มาตรฐานที่เราคุ้นเคยมากที่สุดบ้านเราคือ  AWG และ SWG มาตรฐานที่ระบุทั้ง 4 เป็นมาตรฐานที่ใช้วัดขนาดสายไฟด้วย  ไวร์เกจเพื่อวัดว่าสายไฟมี  ขนาดโตเท่าไหร่
สีของฉนวนที่ใช้หุ้มสายไฟเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการใช้งาน
1.  Insulated 2 Core = เทา + ดำ หรือ ขาว + ดำ
2.  Insulated 3 Core = เทา (ขาว) + ดำ + แดง
3.  Insulated 4 Core = เทา (ขาว) + ดำ +แดง + น้ำเงิน
4.  Ground                  = สายเขียว

การหาขนาดของสายไฟฟ้า
ขนาดของสายไฟคิดเป็นพื้นที่หน้าตัดโดยที่พื้นที่หน้าตัดจะมีหน่วยเป็น
1.  เซอร์คูลามิล (Cricular mil.)
2.  สแควร์มิล (Square mm.)
3.  สแควร์อินช (นิ้ว) (Square inch)

สายไฟส่วนมากจะกำหนดขนาดข้อมูลที่สำคัญๆ ได้บนสายเลยยกตัวอย่างาเช่น  750V   PVC70C   VCT 3 x 2.5  SQ.mm  สามารถอธิบายได้ดังนี้
750V = เป็นสายไฟที่ทนแรงดันได้ 750 Volt
PVC  = ฉนวนทำด้วย PVC
70 C  = ทนอุณหภูมิได้ไม่เกิน  70 C
VCT  = เป็นสายไฟชนิด  VCT
3 x 2.5 SQ.mm  = เป็นสายไฟที่มี 3 เส้น  พื้นที่หน้าตัดเท่ากับ  2.5  SQ.mm

และค่าสุดท้ายที่สำคัญคือค่า  Voltage  Drop  เนื่องจากในสายไฟจะมีค่าต้านทานอยู่ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่สูญเสียในสายโดยเฉพาะการใช้งานที่สายยาว ๆ จะต้องคำนึงถึงจุดนี้ด้วยซึ่งสูตรที่ต้องใช้คือ

1  เฟส  2  สาย  VD  =  2.1.(R.cosO + X.sin O)
3  เฟส  4  สาย  VD  =  3.1.(R.cosO + X.sin O)

ความหมายของสัญลักษณ์ต่าง ๆ แทนค่าต่าง ๆ ดังนี้
VD  =  Voltage  Drop  =  แรงดันตก (V)
I  =  กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจร (A)
R  =  ค่าความต้านทานทางเดียวของสายไฟฟ้า (Ohm)
X  =  ค่า  Reactance  ของสายไฟฟ้า  (Ohm)
CosO  =  ค่า  Power  Factor
เนื่องจากในบางครั้งการคำนวณสายไฟ  อาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก  จึงได้มีการสร้างตารางเพื่อหาค่าต่าง ๆ ที่จำเป็นในการใช้งานไว้


*  ถ้าใช้ตารางคำนวณสามารถใช้สูตรได้ดังนี้ *
แรงดัน  =  ค่าสัมประสิทธิ์ในตาราง  x  กระแสที่ใช้  x  ระยะทาง
                                      1000
ตัวอย่าง  ระบบไฟฟ้า  380 V 3 เฟส 4 สาย  ใช้สายไฟฟ้าขนาด  70 mm2 เดินในท่อโลหะเป็นระยะทาง  120  เมตร  Load  ใช้กระแสไฟฟ้า  85 A  จงหาค่าแรงดันที่ตกที่เกิดขึ้นในสาย
จากตารางค่าแรงดันตกสูงสุด
สาย 70mm2 เดินในท่อมีแรงดันตก  =  0.59 mV/A/m
                                        แรงดันตก =  (0.59 x 120 x 85) / 1000
สายไฟฟ้าขนาด  70mm2 ระยะทาง  120  เมตร  จะมีแรงดันลด  = 6.018 V

ตัวอย่าง  ระบบไฟฟ้า  380 V สายไฟตามตารางเดินท่อโลหะเป็นระยะทาง  150  เมตร  Load  ใช้กระแสไฟฟ้า  จำนวน  90 A  จะต้องใช้สายไฟฟ้าขนาดเท่าใด  โดยจำกัดให้แรงดันตกไม่เกิน  2%
จากโจทย์ที่กำหนดไว้แรงดันตก  =  (2 x 380) / 100
ต้องไม่เกิน                                =  7.6 V
                                                =  7.6  x  1000 / 90 x 150
                                                =  0.56  mV / A / m
จากตารางเลือกใช้ขนาดสายไฟ  70mm2 เดินในท่อโลหะเนื่องจากเป็นค่าที่ใกล้เคียงกับที่คำนวณไว้ซึ่งมีค่าแรงดันตกสูงสุด 0.56 mV /A/m หรือ = 0.56 x 90 x 150 / 1000
ใช้สายไฟขนาด  70 mm2  ระยะทาง  150  เมตร  จะมีค่าแรงดันตกทั้งหมด  = 7.96 V
 
 







Last Update AUGUST 1,2014

บริษัท ไทย-อินเตอร์ อีเลคทริค อินดัสตรีส์ จำกัด
54/38-39 หมู่ 13 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 (นิคมอุตสาหกรรมนวนคร)
โทรศัพท์  0-2529-3960-4   โทรสาร 0-2529-1363
E-mail : sales@thai-interelectric.com