ReadyPlanet.com
dot
bulletสินค้ามาใหม่
bulletสินค้าแนะนำ
dot
CATALOGUE AND PRICE LISTS
dot
bulletPrice Lists (PDFs)
dot
- Products by Brand
dot
bullet3M Electrical Products
bulletABB 2013
bulletAllen Bradley Price 2008
bulletAutonics
bulletBIG ONE
bulletbticino 2013
bulletCLIPSAL conduit
bulletCRC
bulletELETTO ตู้เหล็ก Nitto
bulletDENCO 2014
bulletFerraz Shawmut Price 2011
bulletFUJI Electric 2011 Section 1
bulletFUJI Electric 2011 Section 2
bulletFUJI Electric 2011 Section 3
bulletFUJI Command Swithes
bulletHACO PRICE 2014 Section 1
bulletHACO PRICE 2014 Section 2
bulletHACO PRICE 2014 Section 3
bulletHITACHI
bulletHITACHI Switches & Breakers
bulletIDEC Price List
bulletKJL Catalogue Section 1
bulletKJL Catalogue Section 2
bulletMAX
bulletMEAN WELL
bulletMENNEKES Specification
bulletMENNEKES Price 2013-2014
bulletMENNEKES ภาษาไทย
bulletMITSUBISHI Price List Mar2014
bulletMitsubishi ws-v series 1
bulletMitsubishi MS-T series
bulletOMRON Price List 2013-14
bulletOmron (Fiber Sensor)
bulletOmron (Photo Sensor-E3FA)
bulletOmron (Photo Sensor-E3Z)
bulletOmron (Servo)
bulletOmron (Temp E5CC,E5EC)
bulletOPPLE LED
bulletOPVC-JZ, LiYY, H05V-K, H07V-K
bulletOSRAM 2012
bulletPANASONIC 2013-2015 Sec 1
bulletPANASONIC 2013-2015 Sec 2
bulletPANASONIC 2013-2015 Sec 3
bulletPANASONIC General Cataloque
bulletPATLITE
bulletPRI Wire Duct
bulletPHILIPS Price List 2012
bulletSchneider (Acti9)
bulletSchneider Altivar12 & Altivar312
bulletSchneider MERIN GERLIN 2014
bulletSchneider PRATIKA
bulletSchneider Price List 2014
bulletSchneider Sq.D 2014
bulletSchneider Switch Plug 2014
bulletSIEMENS Price List 2014-15
bulletTAMCO 2012
bulletTOSHIBA
bulletToshino 2012
bulletท่อตราช้าง
dot
- General Products
dot
bulletBEC-LED2014
bulletBEC, EYE, MEIKOSHA, COOPER, MENNEKES Section 1
bulletBEC, EYE, MEIKOSHA, COOPER, MENNEKES Section 2
bulletBLISS
bulletGunkul 2007-2008
bulletShinohawa 2014 Section 1
bulletShinohawa 2014 Section 2
bulletShinohawa 2014 Section 3
bulletShinohawa 2014 Section 4
bulletShinohawa 2014 Section 5
bulletShinohawa 2014 Section 6
bulletTend,Bandex 2011 Section 1
bulletTend,Bandex 2011 Section 2
bulletTWCK2013
bulletประกาย 2013-14 Section 1
bulletประกาย 2013-14 Section 2-5
bulletประกาย 2013-14 Section 6-7
bulletประกาย 2013-14 Section 8
dot
ELECTRICAL SAFETY TIPS
dot
bulletการตรวจสอบคาปาซิเตอร์แรงต่ำ
bulletเรื่องน่ารู้ของสายไฟฟ้า
bullet การตรวจวัดทางไฟฟ้า
bulletManual motor starters
bulletอันตรายจากไฟฟ้า
bulletการตรวจความปลอดภัย
bulletอันตรายจากอุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrical equipment)
bulletความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ( SAFETY IN ELECTRICAL WORKS )
bulletไฟฟ้า พลังงานที่ต้องเรียนรู้เพื่อป้องกัน
bulletความปลอดภัย (อุปกรณ์ไฟฟ้า)




ความปลอดภัย (อุปกรณ์ไฟฟ้า) article

เมนสวิตช์

          เมนสวิตซ์ ในที่นี้จะหมายถึง อุปกรณ์บนแผงวงจรควบคุมการจ่ายไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ควบคุมการใช้ไฟฟ้าให้เกิดความปลอดภัย สามารถสับหรือปลดออกได้ทันที เมนสวิตซ์มักจะหมายถึง อุปกรณ์สับปลดวงจรไฟฟ้าตัวแรกถัดจากเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (มิเตอร์) ของการไฟฟ้านครหลวงเข้ามาในบ้าน ซึ่งจะรวมถึงอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินและลัดวงจรด้วย

          1.ขนาดปรับตั้งของอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินหรือลัดวงจร เช่น ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ต้องเลือกขนาดให้สามารถตัดวงจรไฟฟ้าในขณะที่เกิดลัดวงจร หรือมีกระแสไฟฟ้าเกินก่อนที่สายไฟฟ้าและอุปกรณ์อื่นๆ จะเสียหาย

          2.ความสามารถหรือพิกัดในการตัดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร (IC หรือ Interrupting Capacity หรือ Interrupting Rating) ของฟิวส์หรือเบรกเกอร์ต้องสูงกว่าค่ากระแสลัดวงจรของระบบไฟฟ้าที่ตำแหน่งติดตั้ง ปกติจะมีหน่วยเป็น kA หรือกิโลแอมแปร์ ค่าพิกัดกระแสลัดวงจร (IC) นี้จะต้องสอดคล้องกับแรงดันไฟฟ้าที่ใช้งานด้วย เช่น พิกัด IC = 10 kA สำหรับแรงดัน 120 V เมื่อนำไปใช้กับแรงดัน 240 V จะมีพิกัด IC ลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง เช่นเหลือ IC = 5kA เป็นต้น

หมายเหตุ

                    1) ค่าพิกัด IC ของอุปกรณ์ตัดไฟสำหรับระบบทั่วไปภายในเขต กฟน. จะต้องไม่น้อยกว่า 10 kA

                    2) สำหรับในเขตวงจรตาข่าย (เขตวัดเลียบ) ต้องมีพิกัด IC ไม่น้อยกว่า 50 kA

                    3) ค่าพิกัด IC ของเบรกเกอร์ที่ใช้สำหรับบ้านอยู่อาศัยทั่วไปนั้นให้อ้างอิงค่าพิกัดที่ทดสอบตามมาตรฐาน IEC 898 หรือ 60898 เท่านั้น

          3.ตำแหน่งของเมนสวิตซ์ต้องอยู่ห่างจากวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เช่น ผ้า กระดาษ หรือ สารไวไฟ เช่น ทินเนอร์ผสมสี

          4.ตู้เมนสวิตซ์ หากทำด้วยโลหะต้องต่อลงดิน (ดูผังวงจรหน้า 86) หากไม่ใช่โลหะต้องทำด้วยสารที่ไม่ติดไฟได้ง่าย หรือทำด้วยวัสดุที่ไม่ไหม้ลุกลาม (Flame - retarded)

          5.ตำแหน่งของเมนสวิตซ์ต้องเข้าถึงได้สะดวก และมีการระบายอากาศอย่างเพียงพอ

          6.ตำแหน่งของเมนสวิตซ์ควรอยู่สูงพ้นระดับที่น้ำอาจจะท่วมถึง และไม่อยู่ใกล้กับแนวท่อน้ำหรือท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันอันตรายในกรณ์ที่ท่อน้ำชำรุด

          7.ในกรณีที่เมนสวิตซ์ ประกอบด้วย คัตเอาท์ (สวิตซ์ใบมีด) และคาร์ทริดจ์ฟิวส์ (ฟิวส์กระปุก) ให้ต่อตรงที่ตำแหน่งฟิวส์ภายในคัตเอาท์ด้วยสายทองแดงที่มีขนาดเพียงพอ (ไม่เล็กกว่าขนาดสายเมน) เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นสะพานไฟสับ-ปลดวงจรอย่างเดียว โดยให้คาร์ทริดจ์ฟิวส์ทำหน้าที่ป้องกันกระแสเกินและกระแสลัดวงจรแทน

          8.ในขณะที่ปลดเมนสวิตซ์ เพื่อการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษานั้น ให้เขียนป้ายเตือนไว้ว่า "ห้ามสับไฟ! ช่างไฟฟ้ากำลังทำงาน" แขวนไว้ที่เมนสวิตซ์ทุกครั้ง

          9.เครื่องตัดไฟรั่ว ควรมีปุ่มทดสอบการทำงาน และมีการกดปุ่มทดสอบเป็นประจำ

          เครื่องตัดไฟรั่วชนิดที่ใช้ป้องกันไฟดูด ควรมีความไวสูงโดยต้องมีขนาดกระแสไฟรั่วไม่เกิน 30mA และหากใช้ตัวเดียวป้องกันทั้งบ้านอาจมีปัญหาเครื่องตัดบ่อย จึงควรใช้เฉพาะวงจรย่อยหรือเต้ารับพิเศษหรือให้แยกวงจรที่มีกระแสไฟรั่วโดยธรรมชาติออก เช่น เครื่องปรับอากาศชนิดแยกส่วนวงจรที่มีลักษณะเป็นตัวเก็บประจุ หรือเครื่องป้องกันฟ้าผ่าที่มีการต่อลงดิน เป็นต้น

          เพื่อให้การป้องกันไฟฟ้ารั่วสมบูรณ์ตลอดทุกวงจรควรมีเครื่องตัดไฟรั่วชนิดที่มีความไว ปานกลาง ขนาดตั้งแต่ 100 mA ขึ้นไปติดตั้งไว้ที่เมนสวิตซ์โดยจะเหมาะสำหรับระบบไฟที่มีสายดินและสามารถป้องกันระบบไฟฟ้ารวมมิให้เกิดอัคคีภัย รวมทั้งเสริมการป้องกันมิให้มีไฟดูด เมื่อมีไฟฟ้ารั่วเกิดขึ้น

          10.ขั้วต่อสาย การเข้าสาย และจุดสัมผัสต่าง ๆ ต้องหมั่นตรวจสอบขันให้แน่นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพื่อไม่ให้เกิดวามร้อน วิธีตรวจสอบอุณหภูมิของสายอย่างง่าย ๆ อาจะใช้นิ้วสัมผัสฉนวนสายบริเวณใกล้กับจุดต่อต่าง ๆ ก็ได้ (ต้องแน่ใจว่าฉนวนสายนั้นไม่ชำรุด)

          11.เมื่อมีการทำงานของเบรกเกอร์ (สวิตซ์อัตโนมัติ) หรือเครื่องตัดไฟรั่ว จะต้องตรวจสอบหาสาเหตุทุกครั้งว่าเกิดจากอะไร เพื่อทำการแก้ไขก่อนที่จะมีการสับไฟใหม่ สาเหตุที่เป็นไปได้คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด ไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร มีการใช้ไฟเกินกำลังขนาดของสายไฟฟ้าหรือขนาดของเบรกเกอร์ บางครั้งอาจเกิดจากไฟตก (เฉพาะวงจรที่ใช้มอเตอร์ซึ่งกินไฟมาก) หรืออาจจะเกิดจากเบรกเกอร์ชำรุดเอง กรณีของเครื่อตัดไฟรั่วที่มักจะทำงานเมื่อมีฟ้าผ่านั้นเป็นเหตุการณ์ปกติในกรณีที่มีคลื่นเหนี่ยวนำจากกระแสไฟผ่าเล็ดลอดเข้ามาในบ้านที่มีเครื่องตัดไฟรั่วที่ไวเกินไปหรือระบบสายไฟที่เก่าเกินไปก็ได้

          12.หลักดินและตำแหน่งต่อลงดินภายในอาคารหลังเดียวกัน ควรมีอยู่แห่งเดียวคือบริเวณตู้เมนสวิตซ์ทางด้านไฟเข้าเท่านั้น (รายละเอียดให้ดูในหัวข้อเรื่องสายดิน)

          13.ควรแยกวงจรสำหรับระบบไฟฟ้าชั้นล่างของอาคารออกต่างหาก และให้สามารถปลดวงจรออกได้โดยสะดวกในกรณีที่มีน้ำท่วมขัง

          14.อุปกรณ์ป้องกันประแสเกินและลัดวงจร ที่ทำหน้าที่เป็นเมนสวิตซ์ควรมีจำนวนขั้วดังนี้

          ระบบไฟที่ไม่มีสายดิน เบรกเกอร์ต้องเป็นชนิดที่ตัดพร้อมกันทั้ง 2 ขั้ว หากใช้ฟิวส์อาจใช้ขั้วเดียวได้ แต่ต้องต่ออยู่ในสายเส้นที่มีไฟ และต้องมีสะพานไฟหรือคัตเอาท์ 2 ขั้ว ที่สามารถปลดไฟพร้อมกันทั้ง 2 ขั้ว

          ระบบไฟที่มีสายดิน เบรกเกอร์และฟิวส์สามารถใช้ชนิดที่ตัดขั้วเดียวในสายเส้นที่มีไฟได้ ยกเว้น กรณีห้องชุดของอาคารชุด

 

สวิตช์ปิด – เปิด

          สวิตซ์ปิด–เปิด ในที่นี้หมายถึง สวิตซ์สำหรับปิด–เปิดหลอดไฟหรือโคมไฟสำหรับแสงสว่างหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ที่มีการติดตั้งสวิตซ์เอง มีข้อแนะนำดังนี้

          1.เลือกใช้แต่สินค้าที่มีมาตรฐาน มอก. หรือ มาตรฐานสากลอื่น ๆ ที่มีการรับรอง เช่น UL, VDE, KEMA, DIN เป็นต้น

          2.แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าที่กำหนดของสวิตซ์ต้องไม่ต่ำกว่าค่าที่ใช้งานจริง

          3.การเข้าสาย / ต่อสายต้องแน่น และมั่นคงแข็งแรง

          4.สปริงต้องแข็งแรง ตัดต่อวงจรได้ฉับไว

          5.ฝาครอบไม่ร้าวหรือแตกง่าย

          6.ถ้าใช้งานภายนอกต้องทนแดด ทนฝนได้ด้วย

          7.ถ้าสัมผัสที่สวิตซ์แล้วรู้สึกอุ่นหรือร้อน แสดงว่ามีการต่อสายไม่แน่น หรือสวิตซ์เสื่อมคุณภาพ

          8.หลีกเลี่ยงการติดตั้งสวิตซ์ในที่ชื่นแฉะ และห้ามสัมผัส หรือใช้สวิตซ์ในขณะที่ร่างกายเปียกชื้น

          9.ติดตั้งสวิตซ์ตัดวงจรเฉพาะกับสายเส้นที่มีไฟ (ฉนวนสีดำ) เท่านั้น ถ้าตัดเฉพาะสายเส้นที่ไม่มีไฟต้องแก้ไขใหม่

 

เต้าเสียบ และเต้ารับ

หลักในการเลือกซื้อเต้าเสียบ และเต้ารับ

          เต้าเสียบและเต้ารับที่ดีและปลอดภัย ควรมีลักษณะดังนี้

          - มีการป้องกันนิ้วมือไม่ให้สัมผัสขาปลั๊กในขณะเสียบหรือถอดปลั๊ก เช่น การทำให้เต้ารับเป็นหลุมลึกหรือการหุ้มฉนวนที่โคนขาปลั๊ก หรือทำเต้าเสียบ (ปลั๊ก)ให้มีขนาดใหญ่เมื่อกุมจับเต้าเสียบแล้วไม่มีโอกาสสัมผัสขาปลั๊กส่วนที่มีไฟ

          - มีการป้องกันเด็กใช้นิ้วหรือวัสดุแหย่รูเต้ารับ เช่น มีฝาหรือบานพับเปิด–ปิดรูของเต้ารับ ซึ่งบานพับจะเปิดเฉพาะตอนใช้ปลั๊กเสียบเท่านั้น

          - มีมาตรฐานสากลรับรอง และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานนั้น ๆ เช่น UL, VDE, DIN, KEMA เป็นต้น

          - ขนาดของกระแสและแรงดันไฟฟ้าสอดคล้องกับการใช้งานจริง เช่น ระบบไฟ 220 โวลต์ ห้ามนำเต้าเสียบ–เต้ารับสำหรับระบบไฟไม่เกิน 125 โวลต์ มาใช้งาน

          - เสียบแล้วแน่นคงทน ไม่หลวมง่าย หรือเกิดความร้อนขณะใช้งาน เช่น ทดลองเสียบปลั๊กแล้วดึงออก 5 – 10 ครั้ง ถ้ายังคงฝืดและแน่นแสดงว่าใช้งานได้

 

เต้าเสียบ – เต้ารับ ที่ใช้กับระบบสายดิน

          เต้าเสียบของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเปลือกนอกเป็นโลหะ (เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 1) ต้องใช้เต้าเสียบชนิดที่มีขั้วสายดินและเต้ารับก็ต้องเป็นชนิดที่มีขั้วสายดินและมีการต่อ ลงดินเข้ากับระบบสายดินด้วย (ใช้มาตรฐานเดียวกัน)

          เต้ารับแบบมีสายดินที่ใช้สำหรับระบบไฟ 220 v นั้นเป็นรูปแบบใด

          เต้ารับชนิดมีสายดิน สำหรับระบบไฟ 220 โวลต์ ซึ่งใช้กันมากในยุโรปนั้นมีลักษณะเป็นหลุมลึกขั้วสายดินจะเป็นเขี้ยว 2 เขี้ยว อยู่ด้านข้างของตัวเต้ารับ เต้ารับแบบนี้แม้จะมีสายดินแต่ก็มีเพียง 2 รูเท่านั้น (เต้าเสียบก็มีเพียง 2 ขา) ดังนั้นผู้ที่ไม่ทราบจึงคิดว่าเป็นชนิดที่ไม่มีสายดินและเข้าใจผิดว่าเต้าเสียบ – เต้ารับที่มีสายดินต้องมี 3 ขา และ 3 รูเท่านั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้ปลั๊ก (เต้าเสียบ) ที่มีสายดิน จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีฉนวนหนาเป็น 2 เท่าของปกติที่มักเรียกว่าฉนวน 2 ชั้น ซึ่งต้องมีเครื่องหมาย ประทับบริเวณฉลาก หรือหน้าปัทม์ของเครื่อง อีกประเภทหนึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 50 โวลต์ ก็ไม่ต้องใช้ปลั๊กแบบมีสายดิน บางครั้งอาจมีสัญลักษณ์ ประทับบนฉลากของเครื่อง วิธีทดสอบง่าย ๆ ว่าเป็นเครื่องใช้ประเภท 2 โดยไม่ต้องเชื่อสัญลักษณ์ก็คือใช้ไขควงลองไฟกับส่วนที่เป็นโลหะ หากมีไฟรั่วไม่ว่ากรณีใดถือว่าต้องมีสายดิน

          เต้ารับแบบเป็นหลุม (แบบเยอรมันหรือแบบยุโรป) มีข้อดีต่อไปนี้

         - มีความปลอดภัยสูง การทำเป็นหลุมสามารถป้องกันนิ้วมือสัมผัสขาปลั๊กในขณะเสียบหรือถอดปลั๊ก ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในประเทศไทย

          - เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายดินในท้องตลาดส่วนใหญ่ใช้ปลั๊กแบบเยอรมันอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้เต้ารับแบบเป็นหลุมจะทำให้มีการต่อลงดินได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหัวปลั๊กอีก

          - ปลั๊ก 2 ขา แบบเยอรมันไม่เป็นปัญหากับเต้ารับ 2 รู (ถ้าเป็นปลั๊ก 3 ขา จะใช้กับเต้ารับ 2 รูไม่ได้)

          - มั่นคงแข็งแรงและไม่หลวมง่าย เนื่องจากปลั๊กและเต้ารับเป็นมาตรฐานเดียวกัน

          - เป็นเต้ารับที่ใช้กันแพร่หลายในยุโรปที่ใช้ไฟ 220 โวลต์

          - ป้องกันการนำปลั๊กขาแบนที่ไม่ปลอดภัยมาเสียบใช้งาน

 
อันตรายของการใช้ปลั๊กขาแบนคู่ขนาน (2 หรือ 3 ขา)

         - ปลั๊กขาแบนนั้นมาตรฐานสากลทั่วโลกกำหนดให้ใช้กับระบบไฟไม่เกิน 125 โวลต์ จึงไม่เหมาะสมกับประเทศไทยที่ใช้ระบบไฟ 220 โวลต์ และใช้แรงดันทดสอบที่สูงกว่า

          - ปลั๊กขาแบนมีฐานจับที่เล็ก มักเกิดอุบัติเหตุนิ้วมือสัมผัสขาปลั๊ก ซึ่งเป็นอุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

          - เต้าเสียบและเต้ารับไม่มีการป้องกันนิ้วมือสัมผัส ขาปลั๊กในขณะเสียบหรือถอดปลั๊ก ซึ่งอันตรายในขณะสัมผัสไฟ 220 โวลต์ จะรุนแรงกว่าสัมผัสแรงดัน 110 โวลต์ เกือบเท่าตัว

          - เต้ารับสำหรับปลั๊กขาแบนเมื่อนำเต้ารับมาใช้กับเต้าเสียบ 220 โวลต์ ที่เป็นขากลม จำเป็นต้องดัดแปลงเต้ารับให้เสียบขากลมได้ด้วย ทำให้รูของเต้ารับกว้างขึ้น เนื่องจากระยะห่างของขาทั้ง 2 ชนิดไม่เท่ากัน มักจะมีปัญหาไม่ปลอดภัย เสียบไม่แน่นและอาจเกิดอัคคีภัยได้ง่าย

 

เต้ารับแบบมีสายดินที่ไม่ปลอดภัยสำหรับการใช้งานในประเทศไทย

ก. แบบอเมริกัน (ไม่แนะนำให้ใช้)

         1.มาตรฐานสากลทั่วโลกกำหนดให้ใช้กับแรงดันไม่เกิน 125 โวลต์ เท่านั้น จึงไม่ปลอดภัยกับประเทศไทยที่ใช้ไฟระบบ 220 โวลต์ รวมทั้งไม่ปลอดภัยกับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยอาจเข้าใจผิดได้ง่ายว่าเป็นแรงดัน 110 โวลต์

          2.ไม่มีการป้องกันอุบัติเหตุนิ้วมือสัมผัสขาปลั๊กในขณะเสียบหรือถอดปลั๊ก

          3.เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายดินในท้องตลาดไม่นิยมใช้เต้าเสียบ 3 ขาแบบนี้ นอกจากจะผิดมาตรฐานกับระบบไฟฟ้า 220 โวลต์แล้ว ยังเสียบเข้ากับเต้ารับ 2 รู ส่วนใหญ่ไม่ได้

ข. แบบไม่มีมาตรฐาน (ไม่แนะนำให้ใช้)

          1.ไม่มีมาตรฐานสากล หรือมาตรฐานประเทศใดประเทศหนึ่งรับรอง

          2.แม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายดินส่วนใหญ่ที่ใช้ปลั๊ก 2 ขากลมแบบเยอรมันที่มีขั้วสายดินเป็นแถบโลหะด้านข้าง สามารถเสียบลงเต้ารับแบบนี้ได ้ก็จะไม่เกิดประโยชน์เนื่องจากเครื่องใช้นั้นไม่มีการต่อลงดิน

          3.ถ้าจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายดินจะต้องเปลี่ยนปลั๊กแบบเยอรมันที่เครื่องใช้ฯให้เป็นปลั๊กขาแบนแบบอเมริกัน (3 ขาแบนคู่ขนาน) ซึ่งเป็นปลั๊กสำหรับแรงดันขนาดไม่เกิน 125 โวลต์ เท่านั้น(ไม่ปลอดภัย)

          4.ไม่สามารถออกแบบให้มีการป้องกันอุบัติเหตุนิ้วมือสัมผัสขาปลั๊กในขณะเสียบหรือถอดปลั๊กได้

          5.เนื่องจากระยะห่างของปลั๊กขากลมและแบนไม่เท่ากัน อาจมีปัญหาเสียบแล้วไม่แน่น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาอัคคีภัยได้

้          6.ขาสายดินของปลั๊กแบบอเมริกันนั้นยาวกว่าอีก 2 ขา จึงสามารถแหย่เข้าไปในรูสายเส้นไฟของเต้ารับแบบนี้ได้ จึงมักเกิดอุบัติเหตุลัดวงจรทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบคอมพิวเตอร์ชำรุดทั้งเครือข่าย เสียหายนับแสน ๆ บาท นอกจากนี้ยังอาจเกิดไฟฟ้าดูดกับผู้ที่พยายามเสียบปลั๊กในขณะที่ถือหรือสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ด้วย

ถ้าใช้เต้ารับแบบเยอรมัน แต่เครื่องใช้ฯ เป็นปลั๊กขาแบนจะทำอย่างไร

          เนื่องจากปลั๊กขาแบนที่อยู่ในท้องตลาดจะเป็นชนิดไม่มีสายดิน (2 ขา) เท่านั้น จึงสามารถใช้หัวเปลี่ยน (Adapter) ในท้องตลาดที่มีราคาถูกได้โดยสะดวก “ แต่ต้องเลือก Adapter ที่เสียบแล้วแน่นติดกับปลั๊กขาแบบนั้น “ หากไม่สามารถหา Adapter ที่มีคุณภาพดี ให้เปลี่ยนหัวปลั๊กเป็นปลั๊กขากลมแบบเยอรมัน

          ถ้าติดตั้งเต้ารับ 3 รู ชนิดไม่มีมาตรฐานไปแล้ว (ชนิดที่ไม่แนะนำให้ใช้) แต่เครื่องใช้ฯ เป็นปลั๊กแบบเยอรมันควรปฏิบัติดังนี้

          - เปลี่ยนเต้ารับเป็นแบบเยอรมัน (เป็นหลุม) หรือ

          - เปลี่ยนปลั๊กที่เครื่องใช้ฯ เป็นชนิดขาแบนคู่ขนาน (3 ขา) ซึ่งอาจไม่ปลอดภัย หรือ

          - ทำตลับต่อสายโดยใช้สายไฟชนิด 3 สาย พร้อมด้วยปลั๊กเป็นขาแบน 3 ขา และเต้ารับเป็นแบบเยอรมันคู่ เมื่อจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ให้มาต่อที่เต้ารับของตลับต่อสายใหม่นี้อีก

มาตรฐานสีของฉนวนสายไฟฟ้า
มาตรฐาน
สายเส้นไฟ
สายศูนย์(N)
สายดิน(G)
มอก. 11 - 2531 ดำ เทา เขียวสลับเหลือง
อเมริกัน ดำ(แดง) ขาว(เทาอ่อน) เขียวหรือเขียวสลับเหลือง
อังกฤษ แดง ดำ เขียวสลับเหลือง
  น้ำตาล ฟ้า เขียวสลับเหลือง
ฝรั่งเศษ ดำ ฟ้า เขียวสลับเหลือง
เยอรมัน ดำหรือน้ำตาล ฟ้า เขียวสลับเหลือง
IEC น้ำตาล ฟ้า เขียวสลับเหลือง

          ข้อแนะนำหากจะต่อปลั๊กที่เครื่องใช้ฯ ประเภท 1 ให้มีสายดินด้วยตัวเอง

           ก.ก่อนอื่นจะต้องตรวจสอบก่อนว่า ตัวถังโลหะต้องไม่ต่อกับสายศูนย์ของเครื่องใช้ฯ มิฉะนั้นจะทำไม่ได้ ยกเว้นว่าจะปลดให้แยกจากกันและมีระดับฉนวนที่ทดสอบแล้วว่าเพียงพอ
          ข.สำหรับเครื่องใช้ฯ ที่มีสายดินมาจากผู้ผลิตแล้วการเปลี่ยนเฉพาะรูปแบบมาตรฐานของปลั๊กสามารถทำได้เอง แต่ต้องต่อสายให้ถูกต้องตามมาตรฐานของปลั๊กและสีของสายไฟนั้น ๆ
          ค.เครื่องใช้ฯ ที่ไม่ได้ต่อสายดินมาจากผู้ผลิต ไม่ปลอดภัยที่จะทำเอง ควรปรึกษาผู้ผลิต หรือช่างที่ชำนาญที่มีเครื่องมือทดสอบเป็นการเฉพาะ เช่น ทดสอบระดับฉนวนของสายเส้นไฟและเส้นศูนย์เมื่อเทียบกับตัวถังโลหะ (เส้นศูนย์ห้ามต่อกับสายดินที่เครื่องใช้ฯ) ทดสอบความต่อเนื่องและคงทนของการต่อสายดินที่เครื่องใช้ฯ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าลัดวงจรไหลในสายดิน เป็นต้น
          ข้อแนะนำการติดตั้งและใช้งานเต้าเสียบและเต้ารับ(เพิ่มเติม)
          - ตำแหน่งของการติดตั้งเต้ารับควรอยู่สูงให้พ้นมือเด็กหรือระดับน้ำที่อาจจะท่วมถึง
          - เวลาถอดปลั๊กให้ใช้มือจับที่ตัวปลั๊ก อย่าดึงที่สายไฟ และอย่าใช้นิ้วแตะถูกขาปลั๊ก
          - ให้หลีกเลี่ยงและระมัดระวังการใช้เต้ารับที่เสียบปลั๊กได้หลายตัว เพราะอาจทำให้มีการใช้ไฟฟ้าเกินขนาดของเต้ารับและสายไฟฟ้าทำให้เกิดไฟไหม้ได้
          - ก่อนซื้อเต้ารับควรตรวจสอบโดยใช้ปลั๊ก(ตัวผู้)ขากลมเสียบเข้าและดึงออกหลาย ๆครั้ง เต้ารับที่มีคุณภาพดีจะแน่นและดึงออกยาก
          - หมั่นตรวจสอบจุดต่อการเข้าสายให้แน่นอยู่เสมอ
          - เต้ารับที่ใช้งานภายนอกอาคารควรทนแดด ป้องกันน้ำฝนได้ และหากเป็นสายไฟ / เต้ารับที่ลากไปใช้งานไกล ๆ ต้องต่อผ่านวงจรของเครื่องตัดไฟรั่วด้วย
          - ตลับต่อสายที่ประกอบด้วยสายพร้อมปลั๊กและมีเต้ารับหลายตัวพร้อมทั้งมีสัญลักษณ์ มอก. เลขที่ 11- 2531 นั้นมิได้หมายความว่าเต้ารับนั้นได้มาตรฐาน เนื่องจากมาตรฐาน มอก. 11 เป็นมาตรฐานเฉพาะสายไฟฟ้าเท่านั้น มิใช่มาตรฐานของเต้ารับแต่อย่างใด สำหรับขนาดของสายไฟที่ใช้นี้ต้องไม่ต่ำกว่า 1.0 ตร.มม.
          - ไม่ควรซื้อตลับสายไฟที่ใช้เต้ารับ 3 รู แต่ใช้สายไฟ 2 สายและเต้าเสียบที่ไม่มีสายดินเพราะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ด้านความปลอดภัยเนื่องจากไม่มีการต่อลงดิน
 
หลักดิน
          หลักดินต้องทำด้วยวัสดุที่ทนต่อการผุกร่อน และไม่เป็นสนิม เช่น แท่งทองแดง แท่งเหล็กชุบหรือหุ้มด้วยทองแดงโดยต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. (5/8 นิ้ว) และยาวไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร ถ้าเป็นเหล็กหุ้มด้วยทองแดง ต้องมีความหนาของทองแดงไม่ต่ำกว่า 0.25 มม. และต้องหุ้มอย่างแนบสนิทไม่หลุดออกจากกัน และไม่มีปลายเหล็กโผล่ออกมาสัมผัสกับเนื้อดิน เพื่อไม่ให้เหล็กเป็นสนิม และต้องไม่มีการเจาะรูเพื่อยึดทองแดงกับเหล็กให้ติดกัน มิฉะนั้นแท่งเหล็กจะเป็นสนิมตามรูที่เจาะนั้น
          ห้ามใช้อะลูมิเนียมหรือโลหะผสมของอะลูมิเนียมเป็นหลักดิน
          หลักดินที่ดีควรผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL- 467
          การต่อสายดินเข้ากับหลักดินนั้น อุปกรณ์ต่อหลักดิน และสายต่อหลักดิน ควรใช้วัสดุชนิดเดียวกันเพื่อไม่ให้มีปัญหาการกัดกร่อน เช่นหลักดินทองแดงต่อกับสายต่อหลักดินทำด้วยทองแดง ควรใช้วิธีเชื่อมต่อด้วยผงทองแดงโดยเผาให้หลอมละลาย (ต้องเทผงชนวนให้อยู่ผิวบนและจุดด้วยปืนจุดชนวนเท่านั้น) ถ้าใช้วิธียึดด้วยแรงกลก็ต้องใช้หัวต่อที่มีส่วนผสมของทองแดง และ ต้องมีความมั่นคงแข็งแรงและทนต่อการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดี
(มีการทดสอบตามมาตรฐาน)

                             

         หลักดินที่ดีเมื่อตอกลงดินแล้วต้องมีความต้านทานการต่อลงดินไม่เกิน 5 โอห์ม ตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง

          เนื้อดินบริเวณที่ตอกหลักดินที่ดีควรเป็นดินแท้ ๆ และต้องไม่ถูกกั้นหรือล้อมรอบด้วยหิน, กรวด, ทราย หรือแผ่นคอนกรีต เพราะเป็นอุปสรรคต่อการแพร่กระจายของประจุไฟฟ้าลงสู่ดิน ทำให้ความต้านทานการต่อลงดินมีค่าสูงเกินกว่ามาตรฐาน (ในกรณีที่ใช้หลักดินตามมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวงและสภาพพื้นที่และเนื้อดินไม่มีอุปสรรคในดินแล้ว ความต้านทานการต่อลงดินในเขตบริการของการไฟฟ้านครหลวงจะไม่เกิน 5 โอห์มเสมอ
ห้ามใช้ตะปูคอนกรีตตอกเข้าไปในผนังหรือพื้นคอนกรีต เพราะตะปูคอนกรีตไม่สามารถทำหน้าที่แทนหลักดิน เพื่อการต่อลงดินได้

          ตำแหน่งของหลักดินควรอยู่ใกล้จากตู้เมนสวิตซ์

          ห้ามแช่หลักดินในน้ำเพราะเมื่อมีไฟรั่วจะแพร่กระจายไปกับน้ำและเกิดอันตรายกับผู้ที่อยู่ในน้ำ ถ้าจำเป็นต้องตอกหลักดินในน้ำต้องตอกให้มิดดิน

          ขนาดของสายต่อหลักดินจะขึ้นอยู่กับขนาดสายเมน และต้องไม่เล็กกว่า 10 ตร.มม. โดยควรมีท่อหรือฉนวนหุ้มอยู่ด้วย

          การตอกหลักดินควรตอกให้ลึกที่สุดถ้าเป็นหัวต่อหลักดินชนิดยึดด้วยแรงกลคควรให้หัวต่อโผล่พ้นดิน หรือระดับน้ำท่วมเพื่อหลีกเลี่ยงการผุกร่อน หัวต่อชนิดหลอมละลายสามารถตอกให้จมดินได ้แต่ต้องใช้สายต่อเส้นใหญ่ และหุ้มฉนวนมิดชิดเพื่อไม่ให้สายผุกร่อน

บทความ ความปลอดภัย (อุปกรณ์ไฟฟ้า) โดย นายช่าง(คัดลอกข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง)




Electrical Safety Tips

การสำรวจคุณภาพไฟฟ้า article
Manual motor starters article
อันตรายจากไฟฟ้า article
การตรวจความปลอดภัย article
อันตรายจากอุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrical equipment) article
ความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ( SAFETY IN ELECTRICAL WORKS ) article
ไฟฟ้า พลังงานที่ต้องเรียนรู้เพื่อป้องกัน article
การประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม article



Last Update AUGUST 1,2014

บริษัท ไทย-อินเตอร์ อีเลคทริค อินดัสตรีส์ จำกัด
54/38-39 หมู่ 13 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 (นิคมอุตสาหกรรมนวนคร)
โทรศัพท์  0-2529-3960-4   โทรสาร 0-2529-1363
E-mail : sales@thai-interelectric.com